• August 11, 2022

ธ.ก.ส.ชงบอร์ดออกสินเชื่อช่วยต้นทุนปุ๋ย ให้เกษตรกรกู้สูงสุด 1 แสนบาท

ธ.ก.ส.จ่อชงบอร์ดออกสินเชื่อช่วยต้นทุนปุ๋ย วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท ให้เกษตรกรกู้สูงสุด 1 แสนบาท เว้นจ่ายดอกเบี้ยนาน 2 ปี หลังต้นทุนราคาปุ๋ยเคมีพุ่ง 18,700 บาท/ตัน

วันที่ 11 เมษายน 2565 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากต้นทุนราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยพบว่าราคาปุ๋ยเคมีปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 87% หรือ จากเดิม 10,000 บาทต่อตัน ขึ้นเป็น 18,700 บาทต่อตัน ซึ่งจากนโยบายที่รัฐบาลได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรนั้น

ในส่วนของ ธ.ก.ส. จึงเตรียมเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคาร ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ขออนุมัติดำเนินมาตรการช่วยเหลือต้นทุนปุ๋ยแก่เกษตรกร ในรูปแบบสินเชื่อผ่อนปรนภายในเดือนเมษายนนี้ คาดว่ากรอบวงเงินสินเชื่อเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ทันออกสินเชื่อก่อนรอบการผลิตข้าวนาปีที่จะถึง

“กรอบวงเงินที่ ธ.ก.ส จะใช้ในการดำเนินมาตรการนี้ เป็นการประเมินจากความต้องการใช้ปุ๋ยของเกษตรในปีการผลิตที่ผ่านมา ที่มีการใช้ปุ๋ยอยู่ที่ปริมาณ 1.5 ล้านตัน โดยเป็นการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมกับปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ แต่ยืนยันว่ากรอบวงเงินที่จะให้จะเพียงต่อต่อเกษตรอย่างแน่นอน”

ขณะที่วงเงินต่อรายที่จะปล่อยให้เกษตรกรนั้น จะขึ้นอยู่กับรอบการผลิต และพืชที่ผลิต เนื่องจากเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยแต่ละพืชและรอบการผลิตไม่เท่ากัน โดย ธ.ก.ส. จะใช้ฐานข้อมูลของเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นตัวตั้ง เช่น เกษตรกรปลูกข้าว 10 ไร่ ใช้ปุ๋ย 10 กระสอบ คิดเป็นค่าปุ๋ยประมาณ 15,000 บาท ธ.ก.ส. ก็จะให้สินเชือเป็นวงเงิน 15,000 บาท หรือ เกษตรชาวไร่อ้อย ทำไร่อ้อย 100 ไร่ ใช้ปุ๋ย 100 กระสอบ ต้องใช้เงิน 100,000 บาท ธ.ก.ส. ก็จะให้วงเงินสินเชื่อตามการผลิตจริง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้มีการให้สินเชื่อได้ถูกเป้าหมายกับการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ จะมีการเสนอบอร์ด เช่น การงดเว้นการชำระดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีนี้ หรือ วงเงินการชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นให้กับเกษตรกร หรือ การยกภาระการซื้อปุ๋ยของเกษตรกรให้ไปชำระในปีที่ 3-5 แทนด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระของเกษตรกรในช่วงที่ปุ๋ยยังมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.จะมีสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายในการผลิตอยู่แล้ว ซึ่งจะรวมสินเชื่อที่เกี่ยวกับปุ๋ยด้วย โดยมีวงเงินที่ปล่อยกู้ไปคิดเป็น 30%-35% จากวงเงินสินเชื่อ 5.6 แสนล้านบาท ที่ ธ.ก.ส.ได้ปล่อยสะสมไป แต่เนื่องจากต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นมา 87% จึงต้องเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่ม

อ้างอิง
https://www.prachachat.net/finance